​การดำเนินการรับสวัสดิการและการจัดส่งเอกสารสำหรับสมาชิก ที่เกษียณอายุราชการ

โดย admin
 วันที่ 1 ก.ย. 2564 14:37 น.
 152
การดำเนินการรับสวัสดิการและการจัดส่งเอกสารสำหรับสมาชิก ที่เกษียณอายุราชการ
 เนื่องด้วยในปี พ.ศ.2564 จะมีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร จำกัด เกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2564  ประมาณ 235 คน  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสมาชิกที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งสมาชิกเหล่านี้จะมีวิถีการดำเนินชีวิตต่างไปตามสมควร สหกรณ์จึงต้องการชี้แจงให้สมาชิกทราบถึงการได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากสหกรณ์ ดูแลอำนวยความสะดวกในเรื่องภาระผูกพันธ์ การส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ และช่องทางการติดต่อกับสหกรณ์ภายหลังเกษียณอายุราชการ จึงขอนำเสนอข้อมูลให้สมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะสมาชิกที่จะเกษียณอานุราชการในปีนี้ได้รับทราบในแต่ละประเด็นเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ดังนี้
 1. การรับเงินกองทุนสวัสดิการบำเหน็จสมาชิก 
 สหกรณ์ฯได้มีกองทุนสวัสดิการบำเหน็จสมาชิก เพื่อให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต โดยจะจ่ายให้กับสมาชิกสามัญที่เกษียณอายุราชการในปีนี้  ,สมาชิกสามัญที่เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดและมีอายุครบ 60 ปี ในปีนี้  และ สมาชิกสามัญที่ถึงแก่กรรมก่อนเกษียณอายุราชการหรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดที่มีอายุยังไม่ครบ 60 ปี  ในปีนี้  
 สหกรณ์จะจ่ายเงินจากดอกเบี้ยที่พึงได้ของเงินกองทุนที่ได้ฝากไว้กับสหกรณ์ ณ วันสิ้นปีบัญชี โดยจ่ายให้กับสมาชิกหรือทายาทผู้มีสิทธิ์ได้รับ โดยแบ่งดอกเบี้ยจ่ายเป็น 2 ส่วนคือ 
 ส่วนที่ 1 ร้อยละ 70 ของวงเงิน  จะคำนวณจ่ายตามอายุการเป็นสมาชิก 
 ส่วนที่ 2 ร้อยละ 30 ของวงเงิน จะคำนวณจ่ายตามค่าหุ้นของสมาชิก 
 เงินนี้สหกรณ์จะจ่ายภายหลังวันสิ้นปีบัญชี โดยจะจ่ายให้สิ้นสุดเป็นปีๆ ไป หากสมาชิกหรือทายาทผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินมิได้ยื่นเรื่องพร้อมเอกสารต่างๆเพื่อขอรับเงินตามกำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์ในการรับเงิน และจะเรียกร้องขอรับเงินภายหลังมิได้
 จึงขอให้สมาชิกหรือทายาทผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน ติดต่อขอรับเงินกองทุนสวัสดิการบำเหน็จสมาชิกได้ที่ฝ่ายสวัสดิการ ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2564 โดยให้ยื่นเอกสารหลักฐาน ดังนี้
 (1) หนังสือขอรับเงินบำเหน็จ ตามที่สหกรณ์กำหนด 
 (2) สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อของสมาชิกสามัญและผู้มีสิทธิขอรับเงินบำเหน็จ
 (3) สำเนาทะเบียนสมรส(ถ้ามี)
 (4) คำสั่งให้เกษียณอายุราชการ กรณีเกษียณอายุราชการ
 (5) มรณะบัตรของสมาชิกสามัญพร้อมทั้งสำเนามรณะบัตรใน กรณีถึงแก่กรรม
 (6) หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์(กรณีที่สมาชิกสามัญได้ทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ไว้แล้ว)
 (7) เอกสารอื่นตามที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
 (ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสวัสดิการ  ต่อ 701-702 )
 2.  การขอผ่อนผันการการส่งเงินค่าหุ้นและชำระหนี้สำหรับสมาชิกที่เกษียณอายุราชการ
 หลังจากที่หน่วยงานต้นสังกัดได้ดำเนินการส่งรายชื่อสมาชิกสหกรณ์ฯที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งจะเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายน 2564 และจะอยู่ในช่วงที่ยังไม่ได้รับเงินบำนาญหรือบำเหน็จรายเดือน ทางสหกรณ์ฯมีความห่วงใยในเรื่องของการหักเงินของสมาชิกส่งค่าหุ้นและชำระหนี้รายเดือน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ท่านสมาชิกที่เกษียณอายุราชการและมีความประสงค์ขอผ่อนผันการชำระหนี้รายเดือน กรอกแบบฟอร์มการขอผ่อนผันและส่งคืนสหกรณ์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 เนื่องจากหากท่านไม่ได้ทำเรื่องขอผ่อนผันและสหกรณ์ฯได้เรียกเก็บเงินไปยังต้นสังกัดและไม่สามารถหักเงินได้สหกรณ์ฯจะถือว่าท่านขาดส่งและอาจจะมีผลให้ต้องเสียสิทธิทางด้านต่างๆ เช่นการกู้ การค้ำประกัน การเข้ารับการสรรหาผู้แทนสมาชิก เป็นต้น
 เอกสารการขอผ่อนผันการชำระหนี้ประกอบด้วย 
 (1) หนังสือบันทึกข้อความ ขอผ่อนผันการส่งเงินค่าหุ้นและเงินงวดชำระหนี้รายเดือน กรณีเกษียณอายุราชการปี 2564  ( จำนวน 1 ฉบับ )
 (2) หนังสือขอขยายเวลาชำระหนี้ ( จำนวน 1 ฉบับ ต่อ 1 สัญญา )
 (3) บันทึกข้อตกลงการค้ำประกันเงินกู้   ( จำนวน 1 ฉบับ ต่อ 1 สัญญา )
(ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสินเชื่อ ต่อ 202-205 )
3.  การส่งเอกสารหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย
เพื่อให้สมาชิกผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ หรือลาออกจากราชการ สามารถดำเนินธุรกรรมกับสหกรณ์ฯ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหาการขาดส่งค่าหุ้นหรือค่างวดการชำระหนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ และเสียสิทธิทางด้านต่างๆ สมาชิกจึงสามารถดำเนินการแจ้งให้สหกรณ์ฯ หักเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ที่เป็นบัญชีบำนาญของท่าน ซึ่งต้องทำหนังสือยินยอมให้สหกรณ์ฯ หักเงินจากบัญชีเงินฝากของท่าน  โดยส่งเอกสารได้ที่ฝ่ายบัญชี ภายในวันที่ 30 กันยายน 2564       
เอกสารการประกอบด้วย
 (1) หนังสือยินยอมให้หักเงินบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย ( จำนวน 2 ฉบับ )
 (2) สำเนาบัตรประชาชน ( จำนวน 2 ฉบับ)
 (3) สำเนาหน้าบัญชี ธ.กรุงไทย  (จำนวน 2 ฉบับ)
(ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบัญชี ต่อ 501-503 )
4. การแจ้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
ภายหลังจากที่สมาชิกได้เกษียณอายุราชการ และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่หน่วยงานหรือต้นสังกัดแล้ว  เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและประสานงาน สหกรณ์ฯจึงขอความร่วมมือให้ท่านสมาชิกได้แจ้ง เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้หลังจากเกษียณอายุราชการ มายังฝ่ายแผนงานงบประมาณ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันต่อไป 
(ฝ่ายแผนงานงบประมาณ  ต่อ 103 )
สมาชิกสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆ ตามข้อ1 - 4 ได้จากเว็บไซด์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร   หรือคลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างนี้---->